ชีวิตคือการเรียนรู้ การเรียนรู้นั้นอยู่คู่กับมนุษย์เรามาตั้งแต่เริ่มต้น มนุษย์พัฒนาและอยู่รอดมาได้เพราะมีการเรียนรู้ที่จะทำอย่างไรให้มีอาหารการกิน มีความปลอดภัย เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันในสังคมและเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองและสังคมไปด้วยกัน
อะไรที่ทำให้ชีวิตมีความสุข : เมื่อปีคริตสจักราช 1943 นักจิตวิทยาชื่อดังชาวอเมรกันนามว่า Abraham Maslow ได้ตีพิมพ์งานวิจัยของเขาในเรื่องเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์โดยให้หัวข้อว่า Hierachy of needs ซึ่งแปลได้ง่ายๆว่าระดับขั้นของความต้องการ ซึ่งใจความนั้น Maslow ต้องการจะสื่อว่าอะไรคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการเพื่อการที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
การเรียนไม่ใช่สิ่งที่น่าเบืออีกต่อไป ถ้าเราเข้าใจและเห็นคุณค่าของมัน
เมื่อได้อ่านเกี่ยวกับ Hiearchy of needs แล้ว ผมก็นำมาเกี่ยวโยงกับโครงการที่ผมกำลังทำอยู่นี้เพื่อการเรียนรู้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ Happy and Successful Learning ซึ่งอย่างที่ผมเกริ่นในหัวข้อแล้วว่าชีวิตคือการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นเรามาเรียนรู้กันว่าการมีชีวิตที่มีความสุขตามแบบฉบับของ Maslow นั้นเป็นอย่างไร และเราสามารถนำมาใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จได้อย่างไร
การมีชีวิตที่มีความสุขนั้นประกอบไปด้วยการเติมเต็มสามอย่าง คือ
Maslow เริ่มด้วยความต้องการขั้นพื้นฐาน ซึ่งถ้าขาดแล้วก็อาจจะหมายถึงการไม่มีอยู่ของชีวิต นั่นก็คืออาหาร น้ำ การพักผ่อน ซึ่งเป็นความต้องการทางกายที่ขาดไม่ได้ เมื่อท้องอิ่มแล้วขั้นต่อไปก็คือการมีความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งรวมไปถึงความมั่นคงทางการเงินและการงานด้วยเช่นกัน ถ้าเราดูกันดีๆแล้ว ถ้าไม่มีอาหาร สิ่งที่มนุษย์หรือสัตว์อื่นๆต้องทำก็คือ เสี่ยงที่จะออกไปหาอาหารแม้รู้ว่าการออกไปนั้นอาจจะถึงชีวิตได้ เมื่อท้องอิ่มแล้วสิ่งต่อไปที่จะทำให้มนุษย์เรามีความสุขมากขึ้นก็คือการมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ทั้งสองสิ่งนี้เป็นปัจจัยทางกาย และมนุษย์เราตอบสนองความต้องการนี้ตามสัญชาติญาณ
ขึ้นต่อไปเป็นการเติมเต็มทางใจจากภายนอก เช่นการได้รับความรักจากครอบครัวและคนรอบข้าง ส่วนการเติมเต็มทางใจจากภายในจะเกิดขึ้นในขั้นที่สี่ที่เกี่ยวกับความภูมิใจและมั่นใจในตนเอง การเคารพและให้เกียรติตนเองและผู้อื่น ทั้งสองขั้นนี้เกี่ยวกับสภาพจิตใจและอารมณ์
ขั้นสุดท้ายสำหรับการมีชีวิตที่มีความสุขก็คือการเข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิต ซึ่งจะมีการใช้สมองและความคิดเข้ามาร่วม เช่นถ้าเข้าใจว่าชีวิตมีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีขึ้นก็ต้องมีลง ก็เกิดก็ต้องมีดับ ก็จะมีความสุขได้แม้ความรักที่มีจะจากไป จะแข่งขันกีฬาแพ้บ้าง สอบได้คะแนนน้อยบ้าง ก็ไม่เศร้าหรือทุกข์จนเกินไปจนเสียความภูมิใจและมั่นใจในตนเอง เข้าใจว่าคนเราทำผิดพลาดกันได้ แล้วเรียนรู้จากการผิดพลาดนั้น
เนื่องจากการเรียนรู้ต้องใช้สมอง การที่จะเรียนได้อย่างมีความสุขนั้น เราต้องเริ่มที่ความเข้าใจของระบบการเรียนเสียก่อน
พูดมาถึงตอนนี้ก็ได้โอกาสเข้าเรื่องปิระมิดของการเรียนรู้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ เนื่องจากการเรียนรู้ต้องใช้สมอง การที่จะเรียนได้อย่างมีความสุขนั้น เราต้องเริ่มที่ความเข้าใจของระบบการเรียนเสียก่อน เช่นเดียวกับการเข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิตในข้างตน
พื้นฐานที่ปิระมิดแห่งการเรียนรู้นี้เกี่ยวข้องกับการสร้างกระบวนความคิดและความเข้าใจการเรียนที่ถูกต้อง ซึ่งจะรวมถึงการดูแลสุขภาพ การเข้าใจว่าร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะพร้อมต่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความสำคัญถึงโอกาสแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การเข้าใจและสามารถสร้างแรงบันดาลใจจากภายในให้กับตนเองได้ และเกร็ดความรู้อื่นๆอีกมากมายซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้พัฒนาตนเองนั้น เป็นสิ่งที่สนุกและได้ผลสำเร็จ
เมื่อมีพื้นฐานที่ดีแล้ว ขั้นที่สองจะเป็นส่วนที่เสริมสร้างเทคนิคการเรียนและการพัฒนาตนเองต่างๆ ในเรื่องของการเรียนก็จะมีผลต่อนักเรียนนักศึกษาโดยตรง เช่นเรียนอย่างไงให้เข้าใจและจำได้ การเรียนภาษาต่างประเทศอย่างไรให้ได้ผลสำเร็จ แต่ยังมีผลไปถึงการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในอนาคตอีกด้วย ซึ่งส่วนหลังนี้ยังมีรายละเอียดของการพัฒนาตนเองอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในทางการงาน ซึ่งพูดรวมง่ายๆก็คือ การพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตนเอง ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้งานที่ดีๆในอนาคตและการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งด้วย
ขั้นที่สามนั้นเป็นขั้นของการนำเทคนิคต่างๆที่เรียนรู้จากขั้นที่สองไปใช้งาน ในขั้นนี้เป็นขั้นของการปฏิบัติจริง ซึ่งเนื้อหานั้นจะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายที่อยากไปในทางใด เช่นถ้าอยากเรียนต่อปริญญาเอกต้องพัฒนาตนเองทางด้านใดบ้างเพื่อที่จะสามารถทำงานวิจัยได้ดีและตีพิมพ์วารสารที่ดีๆได้ หรือการจะเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยหรือศูนย์วิจัยต้องพัฒนาตนเองในทางใดบ้าง และสำหรับพนักงานบริษัทก็เช่นกัน ต้องมีการพัฒนาความสามารถทางไหนบ้างที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้